Go to SMMOnline.net
สวัสดี, บุคคลทั่วไป เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้าแรก » บทความ » สุขภาพและความงาม » การกินเพื่อสุขภาพ

18 อาหารยอดนิยมของคนอยากผอม

ภาพและข้อมูลจากนิตยสาร Slimming
ข่าวเมื่อวันที่ : 2013-03-29 16:57:38
อ่านไปแล้ว : 11970 ครั้ง
แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน แนะนำอาหารยอดนิยมสำหรับคนอยากผอม

        อยากผอมใจจะขาด แต่ก็อดตามใจปากไม่ได้ หากเย็บปากไม่ให้กินได้ก็คงจะดี แต่ในเมื่อยังต้องกิน ก็คงต้องเลือกกันหน่อยว่า จะกินอะไรให้ห่างไกลจากความอ้วน ลองมาดูคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญกันนะคะ
1. เกรฟฟรุ้ต (Grapefruit) ผลไม้ฝรั่งหน้าตาคล้ายส้มโอ แต่ปอกเปลือก แกะเป็นกลีบส้มไม่ได้ ต้องใช้วิธีผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักรับประทาน รสชาติขมๆอมเปรี้ยว ตำราฝรั่งมักแนะนำให้กินวันละ 1/2-1 ผลทุกเช้า ช่วยให้อิ่มอยู่ท้องเพราะมีเส้นใยไฟเบอร์สูง แถมพร่องแคลอรี แต่หมอว่าความที่มีรสขม ช่วยให้ไม่อยากอาหารไปอีกหลายชั่วโมง!

2. ซินนามอน เครื่องเทศฝรั่งให้ความหอมหวาน แทนน้ำตาล เติมในเครื่องดื่มร้อน หรือโรยลงในสลัด ช่วยลดการกินน้ำตาล และงานวิจัยยังพบว่า ซินนามอนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ไม่พุ่งกระฉูดเหมือนกินน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน
3. ไข่ไก่ต้ม หรือไข่ดาวน้ำ วันละฟองในมื้อเช้า มีโปรตีนช่วยให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องไปถึงมื้อกลางวัน แต่ให้พลังงานเพียงแค่ 80 แคลอรี กินไข่ทั้งฟอง โดยเฉพาะไข่แดงที่อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอย่างธาตุเหล็ก สังกะสี และแคลเซียม ไม่ต้องกลัวคอเลสเตอรอล เพราะแม้ไข่แดงจะมีคอเลสเตอรอล แต่ก็มีฟอสฟาทีดิล โคลีนช่วยทำละลายไขมัน ป้องกันการอุดตันเส้นเลือด
4. ปลา กินปลาเป็นโปรตีนหลัก ย่อยง่าย ให้โปรตีนคุณภาพสูง แต่ไขมันต่ำ และเป็นไขมันชั้นดี อย่างโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง บำรุงหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังให้พลังงานน้อย เนื้อปลา 100 กรัม มักให้พลังงาน 100 กว่าแคลอรี่ ในขณะที่เนื้อหมู เนื้อวัว 100 กรัม ให้พลังงานราว ๆ 300 แคลอรี่


5. แตงโม สีแดงสีเหลือง ล้วนมีเส้นใยและน้ำเป็นส่วนประกอบสูง จึงช่วยให้อิ่มอยู่ท้อง และแตงโมยังมี  วิตามินซี และ สารต้านอนุมูลอิสระ ไลโคพีน (Lycopene) ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ชะลอความเสื่อมความชราของร่างกายด้วย
6. แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดนิยมตลอดกาล เพราะสะดวกซื้อ สะดวกพกพา และราคาย่อมเยากว่าผลไม้เมืองไทยบางอย่างด้วยซ้ำ แอปเปิ้ลมีวิตามินซี และไฟเบอร์สูง แต่พลังงานต่ำ แอปเปิ้ลลูกย่อมๆให้แค่ 60-80 แคลอรี ช่วยให้อิ่มท้องนาน เหมาะกับของว่างยามบ่าย ช่วยไม่ให้เผลอปากไปกินขนมเค้ก  หรือบราวนี่

7. น้ำเปล่า ใส่น้ำแข็งแก้วใหญ่ น้ำเย็นจัดจะลดอุณหภูมิร่างกาย ทำให้ต้องเร่งสลายไขมันเป็นความร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ น้ำเย็นจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น และช่วยลดความหิวความอยากอาหารได้ด้วย
8. ซุปใส หรือแกงจืดถ้วยใหญ่ ประเดิม ชามแรกของมื้ออาหาร หรือกินแค่แกงจืดชามเดียวในมื้อเย็น ช่วยให้อิ่มท้อง และอิ่มนาน จากทั้งน้ำซุปและผัก แกงจืดฝักตุ๋น แกงจืดสาหร่าย หรือแกงจืดผักกาดขาว มักให้พลังงานน้อยๆ แค่ร้อยกว่าแคลอรี่เท่านั้น
9. สลัด หรือ ยำ สลัดแบบไทยๆ ดีกว่าซีซาร์สลัด เพราะสลัดน้ำข้น ใส่ชีส อาจให้พลังงานหลายร้อยแคลอรี เลือกทำเป็นยำใหญ่ใส่ผักสารพัด หรือส้มตำ มะละกอ-แครอท-ผลไม้รวม ที่ทั้งแซ่บอร่อย ไร้ไขมัน และยังได้ผักสารพัดอย่าง ช่วยให้อิ่มเร็ว


10. ผลไม้แห้ง เช่น ลูกฟิก หรือลูกเกด มีเส้นใยไฟเบอร์สูง และอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะจะเติมลงในสลัด หรือยำ แทนน้ำตาล ให้ความหวานธรรมชาติ แต่ควรระมัดระวังไม่กินผลไม้แห้งมากเกินไป เพราะผลไม้แห้งไม่อุ้มน้ำ ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกอิ่ม จำเป็นต้องตวงเป็นถ้วยเล็กๆพอดีมื้อ

11. เบอร์รี่ สารพัดชนิด ทั้งสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ ล้วนมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินซีสูง ทั้งยังมีรสชาติจี๊ดจ๊าดได้ใจ อิ่มอร่อยกินแทนอาหารว่างได้ดี และมีแคลอรีต่ำมาก เสียอย่างเดียวมักมีราคาสูงในบ้านเรา เอาไว้เวลาเดินทางไปเมืองนอก ค่อยหามารับประทานแทนขนมเค้ก

12. แครอท เวลาปากว่างๆ อยากขบเคี้ยว ก็ให้มีแครอทสดแช่เย็นไว้แทะเล่น แครอทมีสารต้านอนุมูลอิสระเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ และมีเส้นใยไฟเบอร์สูง จึงทั้งหายเหงาปากและอิ่มอยู่ท้อง
13. ข้าวโพดคั่ว ป๊อบคอร์นแบบ air pop คือไม่ใส่เนย หรือน้ำตาลใดๆ เป็นของขบเคี้ยวแก้เหงาปากได้ดี มีไฟเบอร์สูง แถมพองเต็มท้อง อิ่มจนกินอะไรไม่ลง

14.ถั่วจำพวกลูกนัท Nuts หมายถึงผลไม้เปลือกแข็ง เช่น แมคคาเดเมีย อัลมอนด์ พิตาชิโอ บราซิลนัท และ วอลนัท เป็นต้น รับประทานเป็นของว่างที่ละ 5-10 เม็ด มีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 6 และ    โอเมก้า 9 ช่วยให้อิ่มท้องนาน และโอเมก้ายังช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง แต่อย่าเพลิดเพลินกินทีเดียวหมดถุง หมดกล่อง เพราะนัทเหล่านี้มักมีพลังงานสูง 1ถ้วยตวง ใหัพลังงาน 1,000 แคลอรี


15. มันเทศ Sweet Potato แทนมันฝรั่งในมื้ออาหาร เพราะมันเทศมีความหวานตามธรรมชาติ ไม่ต้องโรยครีมชีสหรือเบคอนเหมือนมันฝรั่งทั่วไป และมันเทศยังมีแร่ธาตุโปแตสเซียมสูง ช่วยลดความอ่อนเพลีย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ
16. กาแฟดำ วันละแก้ว สารคาเฟอีนช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึม เร่งการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย แต่ไม่ควรเติมนมหรือน้ำตาล เพราะคาปูชิโนเย็น 1 แก้วแถมวิปครีมหยอดหน้า อาจให้พลังงาน 500 แคลอรี  แต่ไม่ควรดื่มกาแฟมากกว่าวันละแก้ว เพราะอาจมีผลให้ร่างกายขาดน้ำ หรือกดสมดุลฮอร์โมนบางอย่างในร่างกายได้
17. ชาเขียว วันละ 2-3 แก้ว มีสารคาเฟอีนช่วยเร่งการสลายไขมัน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีอีกหลายชนิด เช่น Catechins และ ECEG ช่วยชะลอความเสื่อมความชรา ให้ร่างกายมีความกระชุ่มกระชวย และไม่มีแคลอรี อาหารเสริมลดความอ้วนในปัจจุบันมักมีสารสกัดชาเขียวผสมด้วย
18. เติมพริกสักนิด กับทุกมื้ออาหาร พริกเผ็ดจากสารแคปไซซิน( Capsaicin) ที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึม ให้ร่างกายเผาผลาญสลายไขมันได้ดีขึ้น แถมเวลากินอาหารเผ็ดร้อนมักต้องดื่มน้ำตาม จนอิ่มน้ำมากกว่าอิ่มข้าว หากไม่ชอบความเผ็ดจัดของพริกขี้หนู จะเลือกพริกหวาน หรือพริกไทยดำแทนก็ได้

        กินเป็นแล้ว ก็เพิ่มการออกกำลังกายอีกสักนิด แค่นี้คุณก็มีสิทธิ์พิชิตความอ้วนได้ไม่ยาก

ภาพและข้อมูลจากนิตยสาร SLIMMING
 

ปรับปรุงล่าสุด 2013-03-29 17:31:08
โพสต์เมื่อวันที่ : 2013-03-29 16:57:38
อ่านไปแล้ว : 11970 ครั้ง, 0 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นบทความนี้ (0)

การร่วมแสดงความเห็นในข่าว หรือบทความนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณะชน และส่งเข้ามาแบบอัตโนมัติ ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฏหมายและศีลธรรม หรือเป็นกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งลบโดยกดปุ่มแจ้งลบและรายงาน ให้ผู้ดูแลระบบทราบ เพื่อทำการพิจารณาข้อความนั้น หรือลบข้อความ ขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

แสดงความคิดเห็น